ใต้แสงจันทร์
“ถ้าเราช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ทุกอย่างคงจบไปแล้ว”
จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ
หัวใจของเธอบอกให้วิ่งหนี แต่เท้ากลับก้าวเข้าไปข้างหน้า ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู ก่อนที่ความมืดจะเข้ามาแทนที่ เธอเคยคิดว่าตัวเองเตรียมใจไว้แล้ว แต่ความจริงไม่เคยเป็นแบบนั้น
ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง ความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนสายน้ำที่ไม่อาจหยุดยั้ง เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ เขากำมือแน่น พยายามสงบใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมัน
“ถ้าเราช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ทุกอย่างคงจบไปแล้ว”
ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานเก่า พาเอากลิ่นฝนมาด้วย รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยล้า
จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน แสงไฟสีส้มจากโคมข้างทางสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังเปียกชื้น
บางทีการเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้แปลว่าต้องลืมทุกอย่าง ประตูบานนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีมันอยู่ ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง
เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวในคืนนั้นจะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาล ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานเก่า พาเอากลิ่นฝนมาด้วย เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้