ความจริงครึ่งหนึ่ง
ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง บางทีการเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้แปลว่าต้องลืมทุกอย่าง
แสงไฟสีส้มจากโคมข้างทางสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังเปียกชื้น เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ
เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจ เขากำมือแน่น พยายามสงบใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมัน เขากำมือแน่น พยายามสงบใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมัน จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน
จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ แสงไฟสีส้มจากโคมข้างทางสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังเปียกชื้น
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากปลายทางเดิน ช้า หนักแน่น และใกล้เข้ามาทุกที หัวใจของเธอบอกให้วิ่งหนี แต่เท้ากลับก้าวเข้าไปข้างหน้า เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน
ทุกอย่างดูปกติเกินไป และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขากังวลที่สุด คำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อหลายปีก่อน ยังคงก้องอยู่ในใจ คำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อหลายปีก่อน ยังคงก้องอยู่ในใจ
หัวใจของเธอบอกให้วิ่งหนี แต่เท้ากลับก้าวเข้าไปข้างหน้า บางทีการเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้แปลว่าต้องลืมทุกอย่าง
ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู ก่อนที่ความมืดจะเข้ามาแทนที่ ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานเก่า พาเอากลิ่นฝนมาด้วย เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจ
ความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนสายน้ำที่ไม่อาจหยุดยั้ง เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวไปตามพื้นดิน เหมือนมือที่พยายามคว้าอะไรบางอย่าง
ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ ทุกอย่างดูปกติเกินไป และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขากังวลที่สุด
ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง ทุกก้าวที่เดินลึกเข้าไป อากาศรอบตัวก็ยิ่งหนาวเย็นลงเรื่อย ๆ
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้