กลางพายุ
เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจ เขากำมือแน่น พยายามสงบใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมัน เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน
เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจ แสงไฟสีส้มจากโคมข้างทางสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังเปียกชื้น
ประตูบานนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีมันอยู่ จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน เธอเคยคิดว่าตัวเองเตรียมใจไว้แล้ว แต่ความจริงไม่เคยเป็นแบบนั้น เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน
ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจ
เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวไปตามพื้นดิน เหมือนมือที่พยายามคว้าอะไรบางอย่าง ความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนสายน้ำที่ไม่อาจหยุดยั้ง แสงไฟสีส้มจากโคมข้างทางสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังเปียกชื้น เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน
ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจ บางทีการเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้แปลว่าต้องลืมทุกอย่าง ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง
เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจ หัวใจของเธอบอกให้วิ่งหนี แต่เท้ากลับก้าวเข้าไปข้างหน้า
“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้”
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยล้า เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง
บางคำถามไม่ได้ต้องการคำตอบ แค่ต้องการใครสักคนที่ยอมฟัง บางทีการเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้แปลว่าต้องลืมทุกอย่าง ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้