ใต้แสงจันทร์
“ถ้าเราช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ทุกอย่างคงจบไปแล้ว”
เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งวันที่ได้พบกับเธอ ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวในคืนนั้นจะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาล จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน
ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู ก่อนที่ความมืดจะเข้ามาแทนที่
เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งวันที่ได้พบกับเธอ ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานเก่า พาเอากลิ่นฝนมาด้วย แสงไฟสีส้มจากโคมข้างทางสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังเปียกชื้น
บางทีการเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้แปลว่าต้องลืมทุกอย่าง ความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนสายน้ำที่ไม่อาจหยุดยั้ง หัวใจของเธอบอกให้วิ่งหนี แต่เท้ากลับก้าวเข้าไปข้างหน้า
ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวในคืนนั้นจะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาล เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจ ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ ทุกอย่างดูปกติเกินไป และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขากังวลที่สุด
เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวไปตามพื้นดิน เหมือนมือที่พยายามคว้าอะไรบางอย่าง ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวในคืนนั้นจะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาล เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ
เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวไปตามพื้นดิน เหมือนมือที่พยายามคว้าอะไรบางอย่าง จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ ทุกก้าวที่เดินลึกเข้าไป อากาศรอบตัวก็ยิ่งหนาวเย็นลงเรื่อย ๆ
เธอเคยคิดว่าตัวเองเตรียมใจไว้แล้ว แต่ความจริงไม่เคยเป็นแบบนั้น จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน
“ความจริงบางอย่าง ไม่รู้จะดีกว่า”
เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวไปตามพื้นดิน เหมือนมือที่พยายามคว้าอะไรบางอย่าง เขากำมือแน่น พยายามสงบใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมัน
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้