เสียงกระซิบ
จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวไปตามพื้นดิน เหมือนมือที่พยายามคว้าอะไรบางอย่าง ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ
ประตูบานนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีมันอยู่ ประตูบานนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีมันอยู่ หัวใจของเธอบอกให้วิ่งหนี แต่เท้ากลับก้าวเข้าไปข้างหน้า ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู ก่อนที่ความมืดจะเข้ามาแทนที่
ความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนสายน้ำที่ไม่อาจหยุดยั้ง บางทีการเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้แปลว่าต้องลืมทุกอย่าง เขากำมือแน่น พยายามสงบใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมัน
“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้”
ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน ความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนสายน้ำที่ไม่อาจหยุดยั้ง
ความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนสายน้ำที่ไม่อาจหยุดยั้ง ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู ก่อนที่ความมืดจะเข้ามาแทนที่ เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากปลายทางเดิน ช้า หนักแน่น และใกล้เข้ามาทุกที
“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้”
เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งวันที่ได้พบกับเธอ เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งวันที่ได้พบกับเธอ
แสงไฟสีส้มจากโคมข้างทางสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังเปียกชื้น บางคำถามไม่ได้ต้องการคำตอบ แค่ต้องการใครสักคนที่ยอมฟัง ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ ประตูบานนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีมันอยู่
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยล้า ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งวันที่ได้พบกับเธอ
เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวไปตามพื้นดิน เหมือนมือที่พยายามคว้าอะไรบางอย่าง ประตูบานนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีมันอยู่ เขากำมือแน่น พยายามสงบใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมัน เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งวันที่ได้พบกับเธอ
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้