ความลับของเมือง
เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน เธอเคยคิดว่าตัวเองเตรียมใจไว้แล้ว แต่ความจริงไม่เคยเป็นแบบนั้น รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยล้า ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง
เธอเคยคิดว่าตัวเองเตรียมใจไว้แล้ว แต่ความจริงไม่เคยเป็นแบบนั้น คำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อหลายปีก่อน ยังคงก้องอยู่ในใจ
ประตูบานนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีมันอยู่ เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน ประตูบานนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีมันอยู่ ทุกก้าวที่เดินลึกเข้าไป อากาศรอบตัวก็ยิ่งหนาวเย็นลงเรื่อย ๆ
ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานเก่า พาเอากลิ่นฝนมาด้วย เขากำมือแน่น พยายามสงบใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมัน เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน
ความเงียบระหว่างคนสองคนบางครั้งก็ดังกว่าคำพูดใด ๆ บางคำถามไม่ได้ต้องการคำตอบ แค่ต้องการใครสักคนที่ยอมฟัง
ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู ก่อนที่ความมืดจะเข้ามาแทนที่ เขากำมือแน่น พยายามสงบใจที่เต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมัน
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยล้า จดหมายฉบับนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครกล้าเปิดอ่าน ประตูบานนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีมันอยู่ แสงไฟสีส้มจากโคมข้างทางสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังเปียกชื้น
“ความจริงบางอย่าง ไม่รู้จะดีกว่า”
ทุกก้าวที่เดินลึกเข้าไป อากาศรอบตัวก็ยิ่งหนาวเย็นลงเรื่อย ๆ ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว ทางเลือกมีเพียงสองทาง บางคำถามไม่ได้ต้องการคำตอบ แค่ต้องการใครสักคนที่ยอมฟัง หัวใจของเธอบอกให้วิ่งหนี แต่เท้ากลับก้าวเข้าไปข้างหน้า
“เดี๋ยวก่อน ได้ยินอะไรไหม”
บางทีการเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้แปลว่าต้องลืมทุกอย่าง คำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อหลายปีก่อน ยังคงก้องอยู่ในใจ เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งวันที่ได้พบกับเธอ
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้